ความสำคัญของงบแสดงฐานะการเงิน

งบแสดงฐานะการเงินหรือเรียกง่ายๆว่างบการเงิน  เปรียบเสมือนกับลายแทงของธุรกิจ เพราะเป็นรายงานแสดงข้อมูลเกี่ยวกับฐานะทางการเงิน ผลการดำเนินงานและการเปลี่ยนแปลงฐานะทางการเงินของกิจการ ดังนั้น กิจการหรือธุรกิจใดๆจึงต้องให้ความสำคัญกับการจัดทำงบแสดงฐานะทางการเงินให้เป็นรูปแบบมาตรฐาน ถูกต้อง แม่นยำ  เพื่อการนำไปข้อมูลจากงบการเงินไปใช้ประโยชน์แก่บุคคลที่เกี่ยวข้องต่างๆ  เช่น

  1. คู่ค้าทางธุรกิจ ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจนั้นๆ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ลูกค้า(ผู้ซื้อสินค้าหรือบริการของกิจการ) และเจ้าหนี้ (ผู้ให้เงินลงทุนแก่กิจการ เช่น สถาบันการเงินต่างๆ) ซึ่งกลุ่มลูกค้า จะใช้ข้อมูลจากงบการเงินเพื่อประเมินว่าราคาของสินค้าและบริการของธุรกิจมีความน่าเชื่อถือ สมเหตุสมผลหรือไม่ ในขณะที่กลุ่มเจ้าหนี้ จะใช้ประโยชน์จากงบการเงินเพื่อประเมินสภาพคล่อง ความมั่นคงและความสามารถในการชำระหนี้ก่อนการอนุมัติเงินทุนหรือสินเชื่อแก่กิจการ
  2. ผู้บริหาร/เจ้าของกิจการ จะใช้ประโยชน์จากงบการเงินในการวิเคราะห์และประเมินโครงสร้างเงินทุนกิจการ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาตัดสินใจเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกิจการหรือเพื่อปรับปรุงกลยุทธการลงทุนและการดำเนินงานต่างๆให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน
  3. ลูกจ้างและพนักงาน ข้อมูลที่ดีในงบการเงินจะทำให้ลูกจ้างและพนักงานมีความเชื่อมั่นในเสถียรภาพความมั่นคงของกิจการ อีกทั้งลูกจ้างและพนักงานสามารถนำงบการเงินมาอ้างอิงในการเรียกร้องค่าจ้างและสวัสดิการตามความเหมาะสม
  4. รัฐบาล เป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการจัดเก็บภาษีของกิจการ โดยใช้ข้อมูลของงบการเงินเป็นตัวอ้างอิง นอกจากนี้รัฐบาลยังรวบรวมข้อมูลงบการเงินของกิจการในอุตสาหกรรมประเภทเดียวกันเพื่อเป็นฐานข้อมูลในการพัฒนาสนับสนุนอุตสาหกรรมหรือวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
  5. ผู้ลงทุน งบการเงินเป็นรายงานสำคัญสำหรับนักลงทุน เพื่อใช้ในการพิจารณาผลการดำเนินงาน ฐานะทางการเงิน เพื่อนำมาวิเคราะห์โอกาสการเติบโตของกิจการก่อนตัดสินใจว่าควรจะลงทุนในกิจการนั้นๆหรือไม่

ดังนั้น จะเห็นได้ว่างบการเงินเป็นข้อมูลทางบัญชีที่สำคัญต่อบุคคลหลายกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับกิจการทั้งทางตรงและทางอ้อม อย่างไรก็ตาม งบการเงินประกอบด้วยรายงานข้อมูลหลายประเภท ซึ่งมีความเหมาะสมในการงานต่อบุคคลแต่ละกลุ่มที่แตกต่างกัน ซึ่งในบทความนี้จะอธิบายรายละเอียดส่วนประกอบของงบการเงิน เพื่อให้กลุ่มบุคคลมีความรู้เบื้องต้นและสามารถเลือกงบการเงินแต่ละประเภทไปใช้ได้อย่างถูกต้อง

งบการเงินประกอบไปด้วย

  1. รายงานงบดุล (Balance Sheet) หรือ งบแสดงฐานะทางการเงิน เป็นงบที่แสดงรายละเอียดสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนทุนของเจ้าของกิจการ เป็นการบอกรายละเอียดโครงสร้างกิจการโดยภาพรวม ซึ่งผู้อ่านงบดุลจะต้องเข้าใจในหลักสมการบัญชี “สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนทุนของเจ้าของกิจการ” ดังนั้นรายงานงบดุลจึงเป็นรายงานที่เหมาะสำหรับเจ้าของ/ผู้บริหาร กลุ่มเจ้าหนี้การค้าและผู้ลงทุน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
  2. รายงานงบกำไรขาดทุน (Income Statement ) เป็นรายงานแสดงถึงความสามารถดำเนินการของกิจการ ในการบริหารจัดการขายสินค้าหรือบริการให้เกิดรายได้ พร้อมทั้งควบคุมค่าใช้จ่าย จนเกิดเป็นผลกำไรให้กับกิจการ ดังนั้นรายงานงบกำไรขาดทุนจึงเป็นรายงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้กับบุคคลทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดเก็บภาษีของรัฐบาล
  3. รายงานงบกระแสเงินสด (Cash Flow Statement) เป็นรายงานที่แสดงให้เห็นทิศทางการบริหารเงินสดของกิจการ เป็นการแสดงให้เห็นถึงสภาพคล่องของกิจการ จึงเป็นรายงานที่เป็นประโยชน์ต่อนักลงทุน กลุ่มเจ้าหนี้การค้าและผู้บริหาร/เจ้าของกิจการ
  4. งบแสดงการเปลี่ยนแปลงเจ้าของ (Statement of changes in Equity) เป็นรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงในรายการส่วนทุนของเจ้าของกิจการ ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงกำไรหรือขาดทุนสะสม , เงินทุนที่ได้รับเพิ่มหรือจ่ายคืนให้กับเจ้าของ เป็นต้น จึงนับว่าเป็นรายงานที่แตกย่อยออกมาจากงบดุล จึงทำให้รายงานนี้เป็นประโยชน์ต่อผู้บริหาร/เจ้าของกิจการรวมทั้งนักลงทุนผู้เป็นผู้ถือหุ้นของกิจการ

ดังนั้น หากพิจารณาส่วนประกอบงบการเงินดังที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่างบการเงินจะเป็นประโยชน์ต่อบุคคลหลายกลุ่มหากมีการจัดทำข้อมูลบัญชีที่มีคุณภาพ มีความถูกต้อง งบการเงินก็จะเป็นรายงานที่มีประโยชน์สำหรับกิจการและผู้สนใจ ได้มากกว่าการเป็นข้อมูลเพื่อเสียภาษีให้แก่รัฐบาลเพียงอย่างเดียว

 

Leave a Reply