ความแตกต่างระหว่างหนี้สินหมุนเวียน Vs หนี้สินไม่หมุนเวียน

กิจการใดๆโดยเฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่ อาจไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยอาศัยส่วนทุนของเจ้าของกิจการเพียงอย่างเดียว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องอาศัยเงินทุนจากการสร้างหนี้โดยทำการกู้ยืม ทั้งจากบุคคลและจากสถาบันการเงินเพื่อแปรเปลี่ยนมาเป็นทุนในการซื้อสินทรัพย์ ดังนั้นหนี้สินจึงเป็นภาระผูกพันของกิจการที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ในอดีต ส่งผลต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันและจะดำเนินต่อไปในอนาคต โดยภาระผูกพันที่กล่าวถึงนี้ หมายถึง ความรับผิดชอบชำระหนี้ให้แก่บุคคลหรือสถาบันการเงิน ทั้งในรูปแบบเงินสด ทรัพย์สิน สินค้าหรือการบริการตามแต่ที่ระบุในสัญญา

ซึ่งหนี้สินสามารถแบ่งตามระยะเวลาที่จะครบกำหนดของการชำระหนี้ ได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้

  1. หนี้สินประเภทไม่หมุนเวียน (Current Liabilities) เป็นหนี้สินระยะสั้นของกิจการ กล่าวคือจะถึงกำหนดชำระภายใน 12 เดือนนับจากวันที่ระบุในรายงานงบดุลฉบับล่าสุด ซึ่งประกอบไปด้วยหนี้สินจากการดำเนินงานปกติของกิจการซึ่งจะครบรอบชำระภายในรอบระยะเวลาดำเนินธุรกิจตามปกติ เช่น
  • เจ้าหนี้การค้า หมายถึง การซื้อในรูปแบบของเครดิต ซึ่งผู้ขายยอมให้รับสินค้าและบริการไปก่อนแล้วค่อยรับเงินภายหลังตามระยะเวลาที่ตกลงกันไว้
  • เงินเบิกเกินบัญชีธนาคาร หมายถึง สินเชื่อหมุนเวียนระยะสั้น เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนดำเนินงานปกติของกิจการในแต่ละวัน
  • ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในรอบบัญชีปัจจุบัน แต่ยังไม่ได้ดำเนินการจ่ายจนกว่าจะถึงรอบบัญชีถัดไป เช่น ค่าไฟ ค่าแรงคนงาน เป็นต้น
  • รายได้รับล่วงหน้า หมายถึง รายได้ที่กิจการได้รับมาแล้วแต่ยังไม่ส่งมอบสินค้าหรือบริการ

นอกจากนี้ หนี้สินหมุนเวียนยังหมายถึง ส่วนของหนี้สินระยะยาวที่จะถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี เช่น เงินกู้เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ เงินกู้เพื่อขยายกิจการ เป็นต้น

  1. หนี้สินไม่หมุนเวียน (Non – Current Liabilities) หมายถึง หนี้สินระยะยาวที่เป็นภาระผูกพันของกิจการและมีระยะเวลาการชำระหนี้มากกว่า 1 ปีขึ้นไป ได้แก่
  • เงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินเพื่อซื้อทรัพย์สินในการประกอบกิจการ เช่น กู้ยืมเพื่อสร้างโรงงานหรือซื้อเครื่องจักร ซึ่งมีระยะเวลาการชำระหนี้มากกว่า 1 ปีขึ้นไป
  • หุ้นกู้และพันธบัตร เป็นเงินกู้ยืมระยาวด้วยจุดประสงค์เดียวกับการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน แต่เจ้าหนี้คือนักลงทุน/หรือประชาชนทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่มีระยะเวลาในการชำระหนี้สั้นกว่าการกู้ยืมจากธนาคาร
  • ตั๋วเงินจ่ายระยะยาว หรือตั๋วที่สัญญาว่าจะใช้เงินในอนาคต ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับหุ้นกู้ มีสัญญาการจ่ายเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย เพียงแต่ดำเนินการได้ง่ายกว่า เนื่องจากไม่ต้องนำไปขายในตลาดหลักทรัพย์
  • หนี้จำนอง เป็นการกู้ยืมโดยใช้ทรัพย์สินของกิจการเข้าจำนองกับสถาบันการเงิน เพื่อนำเงินทุนมาหมุนเวียนในกิจการ

ซึ่งหนี้สินดังที่กล่าวมาเป็นหนี้สินที่นอกเหนือจากการดำเนินงานปกติของกิจการ แต่จำเป็นต้องสร้างหนี้เพื่อการลงทุนหรือขยายกิจการ โดยหากอาศัยเงินลงทุนจากเจ้าของกิจการอาจไม่เพียงพอ หรืออาจะมีเหตุผลอื่นๆประกอบด้วย เช่น ต้นทุนที่ต่ำกว่า ผลประโยชน์ทางด้านภาษี การสร้างเครดิตให้กับกิจการ เป็นต้น

ดังนั้น หากพิจารณาจากประเภทของหนี้สิน จะเห็นได้ว่าการแยกประเภทหนี้สินและลงบันทึกในงบดุลให้ถูกต้องเป็นเรื่องที่สำคัญมากของกิจการ เพราะภาระหนี้สินเป็นตัวแปรสำคัญในการวิเคราะห์ฐานะทางการเงินและสภาพคล่องของกิจการ เพราะหากหนี้สินมีจำนวนน้อยกว่าทรัพย์สิน อีกทั้งหากคำนวนโดยการนำสินทรัพย์หมุนเวียนมาลบออกจากหนี้สินหมุนเวียนแล้วให้ผลเป็นบวก แสดงว่ากิจการมีสภาพคล่องและมีความสามารถเพียงพอต่อการชำระหนี้ เป็นการเสริมภาพลักษณ์ให้กิจการมั่นคงในสายตานักลงทุนและคู่ค้า

(Visited 1 times, 1 visits today)

Leave a Reply