Posted by admin on October 06th 2010
ผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี
ผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษีหมายถึงบุคคลธรรมดาผู้มีเงินได้พึงประเมินที่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี แต่ถึงแก่ความตายเสียก่อนที่จะยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษี เกี่ยวกับภาษีเงินได้พึงประเมินที่ได้รับในระหว่างปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว ประมวลรัษฎากร มาตรา 57 ทวิ วรรคหนึ่ง ให้ถือว่ายังเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้อยู่แม้จะสิ้นสุดสภาพบุคคลไปแล้วก็ตาม กล่าวคือมีหน้าที่เสียภีเฉพาะในปีที่ถึงแก่ความตายเพียงปีเดียวเท่านั้น และการเสียภาษีเงินได้ของผู้ถึงแก่ความตาย ในระหว่างปีภาษีนี้ จะต้องนำเงินได้ของผู้ตายและกองมรดกที่ได้รับตลอดปีภาษีแรกที่ผู้นั้นถึงแก่ความตาย เป็นยอดเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษีทั้งสิ้น ส่วนในปีต่อๆ ไป หากมีเงินได้จากกองทรัพย์สินของผู้ตายที่ยังมิได้แบ่งให้ทายาท ก็ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ในนามของผู้ตายอีก แต่ต้องเสียภาษีเงินได้ในนามของกองมรดกที่ยังมิได้แบ่ง
ผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี
ข่าวสารเกี่ยวกับบัญชี
Posted by admin on October 05th 2010
การกู้เงิน
รัฐบาลมีความจำเป็นจะต้องกู้เงินมาใช้ในการพัฒนาประเทศหรือใช้จ่ายสำหรับโครงการต่างๆ ที่มีลักษณะเป็นการลงทุน แต่ในปัจจุบันนี้ แม้รัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีอากรมาใช้จ่ายได้เพียงพอแต่การจัดเก็บภาษีอากรนั้นจะทำให้เศรษฐกิจชะงักงันหรือเงินฝืดก็อาจใช้วิธีการกู้เงินแทนการเก็บภาษีอากร หรืออาจกู้เงินมาเพื่อชดใช้เงินกู้เก่าก็ได้ แหล่งเงินกู้นั้นรัฐบาลอาจกู้จากต่างประเทศ หรือกู้จากภายในประเทศก็ได้ การกู้จากต่างประเทศ อาจกู้ประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เยอรมันนี เป็นต้น หรืออาจกู้จากสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารโลก หรือ ธนาคารพัฒนาแห่งเอเซีย เป็นต้น สำหรับการกู้ภายในประเทศ ถ้าเป็นการกู้ระยะยาว รัฐบาลใช้วิธีออกพันธบัตร แต่ถ้ากู้ระยะสั้นเกิน 1 ปี รัฐบาลใช้วิธีออกตั๋วเงินคลัง หรืออาจกู้โดยตรงจากเอกชน เช่น ธนาคารพาณิชย์ บริษัทประกันภัย หรือกู้จากธนาคารแห่งประเทศไทย
การกู้เงินจากแหล่งต่างๆ ดังกล่าวนั้น มีทั้งผลดีผลเสีย และมีความเหมาะสมในภาวะเศรษฐกิจต่างๆ กัน บางคนมักจะกล่าวว่า การกู้เงินของรัฐบาลเป็นการสร้างภาระให้แก่ลูกหลานในวันข้างหน้า ทั้งนี้เพราะเข้าใจกันว่า การที่รัฐบาลในปัจจุบันกู้เงินมาใช้จ่ายนั้น ทำให้ลูกหลานในอนาคตต้องเสียภาษีอากรเพื่อชดใช้หนี้ที่รัฐบาลในปัจจุบันก่อขึ้น ซึ่งก็อาจเป็นความจริงในแง่ที่ว่าการกู้เงินจากต่างประเทศทำให้ลูกหลานในอนาคตมีหน้าที่ต้องใช้เงินกู้พร้อมดอกเบี้ยให้แกต่างประเทศ แต่ถ้าโครงการที่ต้องกู้เงินจากต่างประเทศได้ผลตามวัตถุประสงค์ ก็จะทำให้ลูกหลานในอนาคตมีรายได้เพิ่มขึ้นหรือผลผลิตของชาติในอนาคตเพิ่มขึ้น การใช้หนี้แก่ต่างประเทศในอนาคตก็ไม่เป็นภาระแก่ลูหลานในอนาคตแต่อย่างใด ส่วนการกู้ภายในประเทศนั้น ถ้ามองประชาชนในชาติเป็นส่วนรวมแล้วการกู้เงินมาใช้จ่ายในปัจจุบันมีผลเพียงทำให้คนในปัจจุบันกลุ่มหนึ่งซึ่งมีเงินเหลือใช้นำเงินของตนออกให้รัฐบาลใช่จ่ายเมื่อรัฐบาลใช้จ่ายไป ก็ตกเป็นรายได้ของคนในปัจจุบันนั้นเอง ส่วนในอนาคตเมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้ดอกเบี้ยหรือใช้ต้นคืนเงินกู้ รัฐบาลในอนาคตก็จะเก็บเงินภาษีอากรจากประชาชนในอนาคตเพื่อใช้หนี้ประชาชนในอนาคตด้วยตัวเอง
การกู้เงิน
Tags: การกู้ยืม, การกู้เงิน, เงินลงทุนระยะสั้น
ข่าวสารเกี่ยวกับบัญชี
Posted by admin on October 04th 2010
การบังคับ (Sanction) ตามบทบัญญัติของกฎหมายภาษีอากร
เพื่อประโยชน์ในการบังคับให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากรได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมายจึงจำเป็นต้องมีบทลงโทษในกรณีที่ไม่ปฎิบัติตามกฎหมายหรือปฏิบัติโดยไม่ถูกต้อง ซึ่งแบ่งบทบัญญัติออกเป็น 3 ชนิด ดังต่อไปนี้
-โทษทางอาญา มีบทลงโทษทั้งปรับหรือจำคุกหรือทั้งปรับทั้งจำ
-โทษทางแพ่ง มี 2 อย่างคือ เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
เบี้ยปรับ หมายถึง การเพิ่มจำนวนเงินภาษี ในกรณีที่ผู้เสียภาษีอากรประเมินตนเองไม่ถูกต้อง ทำให้เสียภาษีน้อยกว่าที่ควรต้องเสีย กฎหมายกำหนดให้เพิ่มจำนวนขึ้นจากที่เสียตามปกติเป็นอีก 1 เท่าหรือ 2 เท่า ของจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระแล้วแต่กรณี
เงินเพิ่ม หมายถึง เงินที่เพิ่มขึ้นหรือดอกเบี้ยจากการชำระภาษีเกินกำหนดเวลาถ้าผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากรไม่ชำระค่าภาษีอากรภายในกำหนดเวลาตามกฎหมายก็จะต้องเสียดอกเบี้ยหรือ “เงินเพิ่ม” ด้วย โดยปกติจะคิดร้อยละ 1.5 ต่อเดือน
การบังคับ (Sanction) ตามบทบัญญัติของกฎหมายภาษีอากร
Tags: กฏหมายสรรพากร, การบังคับกฏหมายภาษีอากร
ข่าวสารเกี่ยวกับบัญชี
Posted by admin on October 02nd 2010
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่จัดเก็บตามประมวลรัษฎากร เป็นภาษีทางตรง (Direct Taxes) ซึ่งจัดเก็บจากเงินได้ทุกประเภท เว้นแต่จะมีข้อยกเว้นของกฎหมายกำหนดไว้ จึงไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ เงินได้ที่ต้องเสียภาษีจำแนกออกเป็น 8 ประเภท ซึ่งครอบคลุมถึงเงินได้ทุกอย่าง
การคำนวณเงินได้สุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กฎหมายกำหนดให้หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนได้ สำหรับค่าใช้จ่ายอาจหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาหรือหักค่าใช้จ่ายจริงตามความจำเป็นและสมควร หรือบางประเภทกฎหมายไม่ยอมให้หักค่าใช้จ่ายเลย ส่วนค่าลดหย่อน กฎหมายให้หักค่าลดหย่อนส่วนตัวของผู้มีเงินได้คู่สมรส และบุตรชอบด้วยกฎหมาย รวมตลอดถึงการหักลดหย่อนค่าเบี้ยประกันชีวิต เงินปันผลที่ได้รับจากกองทุนรวม หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่ผู้มีเงินได้จ่ายให้แก่ธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่น บริษัทประกันชีวิต สหกรณ์หรือนายจ้าง สำหรับการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารที่อยู่อาศัย โดยการจำนองอาคารที่ซื้อหรือสร้างเป็นประกันการกู้ยืมนั้น และเงินบริจาคของผู้มีเงินได้และ/หรือของคู่สมรสของผู้มีเงินได้ที่บริจาคแก่สถานพยาบาล สถานศึกษาของทางราชการหรือบริจาคการคลังประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา เมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนดังกล่าวแล้วเงินที่คงเหลือซึ่งเรียกว่าเงินได้สุทธิ จะต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษี ตามอัตราภาษีที่จัดเก็บซึ่งเป็นอัตราภาษีก้าวหน้า
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ในประเทศไทยถือหลักแหล่งเงินได้ กับหลักถิ่นที่อยู่เป็นประการสำคัญกล่าวคือ แหล่งเงินได้เกิดในประเทศอย่างหนึ่ง บุคคลใดมีเงินได้จากแหล่งในประเทศ ต้องเสียภาษีให้แก่ประเทศไทย ไม่ว่าผู้มีเงินจะเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยหรือไม่ และไม่ว่าเงินได้นั้นจะจ่ายในประเทศไทยหรือไม่ ส่วนการเสียภาษีตามหลักถิ่นที่อยู่ ถือหลักว่าผู้อยู่ในประเทศไทยมีเงินได้ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วเนื่องจากหน้าที่งานที่ทำในต่างประเทศหรือกิจการที่ทำในต่างประเทศ หรือทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ ต้องเสียภาษีเงินได้ให้แก่ประเทศไทย เมื่อนำเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทย
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
Tags: ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ข่าวสารเกี่ยวกับบัญชี
Posted by admin on October 01st 2010
เงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (1)
-เงินได้จากการเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
-พนักงานของธนาคารอาศัยอยู่ในอาคารของธนาคารนายจ้าง เข้าลักษณะเป็นการได้อยู่บ้านนายจ้าง ถ้าพนักงานอยู่อาศัยในอาคารเดียวกันหลายคนให้เฉลี่ยประโยชน์เพิ่มด้วยกัน
-เงิน พ.ส.ร. (เงินเพิ่มพิเศษช่วยสู้รบ)
-เงินที่บริษัทจ่ายสมทบให้พนักงานเท่ากับเงินสะสม
-การได้ใช้รถประจำตำแหน่ง หรือเงินค่าเช่าโทรศัพท์ ที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้าง
-นางพยาบาลของโรงพยาบาลได้อาศัยอยู่ในตึกหอพักของโรงพยาบาล เพื่อความสะดวกแก่การปฏิบัติหน้าที่และการเข้าเวร ไม่ถือว่าเป็นประโยชน์เพิ่ม
เงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (1)
Tags: ภาษีเงินได้, เงินได้พึงประเมิน
ข่าวสารเกี่ยวกับบัญชี
Posted by admin on September 30th 2010
การชำระภาษีอากร
วิธีการชำระภาษีอากรตามที่กำหนดไว้ในประมวลรัษฎากร มี 5 วิธี คือ
-การหักภาษี ณ ที่จ่าย กฎหมายกำหนดให้ผู้จ่ายเงินทำหน้าที่หักภาษีเงินได้ไว้แล้วนำเงินนั้นส่ง ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือเขตท้องที่ภายใน 7 วัน นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมิน ไม่ว่าจะได้หักภาษีไว้หรือไม่ก็ตาม เงินที่นำส่งนี้ถือเป็นเครดิตภาษีของผู้เสียภาษีที่สามารถนำมาหักออกจากภาษีที่ผู้เสียจะต้องเสียจริง (รายละเอียดดูเรื่องการหักภาษี ณ ที่จ่าย)
-การประเมินตนเอง ผู้เสียภาษีอากรมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อชำระภาษีอากรตามจำนวนเงินได้ที่ได้มา แต่ถ้าหากว่าผู้เสียภาษีอากรได้ประเมินตนเองแล้ว เจ้าพนักงานประเมินอาจตรวจสอบและประเมินเพิ่มเติมได้ในเมื่อปรากฎว่าผู้เสียภาษีอากรประเมินตนเองไว้ไม่ถูกต้อง
-การประเมินโดยเจ้าพนักงาน ผู้เสียภาษีอากร มีหน้าที่ชำระภาษีอากรต่อเมื่อได้รับการประเมินจากเจ้าพนักงานแล้ว ว่าตนมีหน้าที่ต้องเสียภาษีอากรเป็นจำนวนเท่าใด เช่น ภาษีสรรพสามิต ภาษีศุลกากร ภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดิน สำหรับภาษีสรรพากร เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินเรียกเก็บภาษีก่อนถึงกำหนดยื่นรายการ ในกรณีที่จำเป็นเพื่อรักษาประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีอากร หรือเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือเป็นการประเมินเรียกเก็บภาษีภายหลังกำหนดเวลายื่นรายการแล้ว เนื่องจากมีข้อผิดพลาดในรายละเอียด เช่น คำนวณตัวเลขผิด หักค่าใช้จ่ายผิด หักค่าลดหย่อนผิด เป็นต้น
-การเสียภาษีเงินได้แทนกัน กำหนดให้องค์การของรัฐบาลเสียภาษีเงินได้แทนผู้ขายสินค้าทอดหนึ่งทอดใด หรือทุกทอด ที่ซื้อสินค้าขององค์การของรัฐบาล ตามวิธีการ อัตราและประเภทสินค้าตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ทั้งนี้เฉพาะสำหรับเงินได้จากการขายสินค้านั้น
-การเลือกเสียภาษีเงินได้ ผู้มีเงินได้ตามมาตรา 40 (4) (ก) สามารถเลือกเสียภาษีสำหรับเงินได้ประเภทดอกเบี้ย โดยจะเสียภาษีตามจำนวนเงินที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่ายแล้ว ในอัตราร้อยละ 15 หรือจะนำยอดเงินได้พึงประเมินดอกเบี้ยนั้นมารวมกับเงินได้พึงประเมินประเภทอื่นๆ แล้วคำนวณภาษีตามวิธีปกติก็ได้
การชำระภาษีอากร
ข่าวสารเกี่ยวกับบัญชี
Posted by admin on September 29th 2010
ประเภทของภาษีอากร
-ภาษีสรรพากร ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์
-ภาษีสรรพสามิต เป็นภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้าที่ผลิตขึ้นภายในประเทศ และสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศบางประเภท หรืออาจเก็บจากวัตถุดิบหรือสินค้าที่อยู่ในระหว่างที่ดำเนินการผลิตหรืออาจเก็บจากสินค้าที่ผลิตสำเร็จรูปแล้ว รวมทั้งภาษีที่เรียกเก็บจากการซื้อขายสินค้าและบริการบางอย่าง และรวมตลอดถึงค่าธรรมเนียมใบอนุญาตต่างๆ ด้วย ซึ่งได้แก่ สุรา ยาสูบ น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน เครื่องดื่ม เครื่องไฟฟ้า แก้วและเครื่องแก้ว รถยนต์ เรือ ผลิตภัณฑ์เครื่องหอม และเครื่องสำอาง สถานบริการ
-ภาษีศุลกากร เป็นภาษีที่เรียกเก็บจากสิ่งของที่นำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งปัจจุบันใช้คำว่า “อากร” แทน “ภาษี” ภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้าขาเข้าเรียกว่า “อากรขาเข้า” และภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้าขาออกเรียกว่า “อากรขาออก”
-ภาษีท้องถิ่น เป็นภาษีที่ราชการส่วนท้องถิ่นเรียกเก็บเพื่อนำไปพัฒนาท้องถิ่นนั้นๆ ได้แก่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีป้าย และค่าธรรมเนียมต่างๆ
ประเภทของภาษีอากร
Tags: ประเภทของภาษีอากร, ภาษีสรรพากร, ภาษีอากร
ข่าวสารเกี่ยวกับบัญชี
Posted by admin on September 28th 2010
ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด
-ในกรณีที่งานมีลักษณะและคุณภาพงานอย่างเดียวกัน ให้นายจ้างกำหนดค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ให้แก่ลูกจ้างเท่าเทียมกันไม่ว่าลูกจ้างนั้นจะเป็นชายหรือหญิง
-ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลาในวันหยุด และเงินผลประโยชน์อื่นเนื่องจากการจ้างบรรดาที่จ่ายเป็นเงินต้องจ่ายเงินตราไทย เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้างให้จ่ายเป็นตั๋วเงินหรือเงินตราต่างประเทศ
-ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และเงินผลประโยชน์อื่นเนื่องจากการจ้างให้แก่ลูกจ้าง ณ สถานที่ทำงานของลูกจ้างถ้าจะจ่าย ณ สถานที่อื่นหรือด้วยวิธีอื่นต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง
-ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในวันทำงานสำหรับวันหยุด ดังนี้
1.วันหยุดประจำสัปดาห์ เว้นแต่ลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างรายวัน รายชั่วโมง หรือตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
2.วันหยุดตามประเพณี
-วันหยุดพักผ่อนประจำปี
-ให้นายจ่างจ่ายค่าจ้างในวันลาป่วยเท่ากับอัตราค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งต้องไม่เกิน 30 วันทำงาน
-ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างในวันลาเพื่อรับราชการทหารเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ปีหนึ่งต้องไม่เกิน 60 วัน
-ให้นายจ้างจ่าย่าจ้างซึ่งเป็นหญิงในวันลาคลอดบุตรเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 45 วัน
ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด
Tags: ค่าลาคลอด, ค่าล่วงเวลา, ค่าใช้จ่ายในวันหยุด
ข่าวสารเกี่ยวกับบัญชี
Posted by admin on September 27th 2010
เพิ่มทุน, ลดทุน, ควบบริษัท
คำขอ : แบบ บอจ.1, หน้าหนังสือรับรอง (ในการ Print-out หนังสือรับรอง ให้อยู่ในด้านหลังของหน้าแบบ บอจ.1)
รายการ : แบบ บอจ.4
เอกสารประกอบรายการ : –
เอกสารประกอบ
-หลักฐานให้ความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(ใช้เฉพาะบริษัทที่ประกอบธุรกิจประกันภัยหรือนายหน้าประกันภัย)
-สำเนาบัตรประจำตัวของกรรมการที่ลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียน
-สำเนาหลักฐานการเป็นผู้รับรองลายมือชื่อ (ถ้ามี)
-หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
เพิ่มทุน, ลดทุน, ควบบ
Tags: การควบบริษัท, การลดทุน, การเพิ่มทุน
ข่าวสารเกี่ยวกับบัญชี
Posted by admin on September 24th 2010
หน้าที่ของบริษัทจำกัด
-บริษัทจำกัด ต้องทำงบการเงินอย่างน้อยครั้งหนึ่งทุกรอบสิบสองเดือน โดยมีผู้ สอบบัญชีอย่างน้อย หนึ่งคนตรวจสอบ แล้วนำเสนอที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นอนุมัติงบการเงินภายใน 4 เดือน นับแต่วันปิดรอบปีบัญชี พร้อมทั้งยื่นงบการเงินต่อสำนักบริการข้อมูลธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด ภายใน 1 เดือน นับตั้งแต่วันอนุมัติงบการเงิน ทั้งนี้รวมถึงบริษัทที่แม้ว่าจะยังมิได้ประกอบกิจการก็ตาม จะต้องส่งงบการเงินด้วย มิฉะนั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท
-จัดทำบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นและให้นำส่งต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วน บริษัทกรุงเทพมหานคร หรือที่สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดแล้วแต่กรณี ภายใน 14 วัน นับจากวันที่ประชุม มิฉะนั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
-ต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญ ภายหลัง 6 เดือน นับแต่วันจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และจัดประชุมครั้งต่อไปอย่างน้อย 1 ครั้ง ทุกระยะเวลา 12 เดือน มิฉะนั้น จะมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
อนึ่ง คำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่นั้น ให้ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราวก่อนวันนัด ประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน และ
ส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนของ บริษัท ก่อนนัดประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน เว้นแต่เป็นคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ เพื่อลงมติพิเศษให้กระทำการดังว่านั้นก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่า 14 วัน
ต้องจัดทำใบหุ้นมอบให้ผู้ถือหุ้นของบริษัท มิฉะนั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
ต้องจัดทำสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท มิฉะนั้นมีความผิดต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
บริษัทใดย้ายที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ ต้องขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท มิฉะนั้นจะมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
ในกรณีนิติบุคคลไม่จัดส่งงบการเงินประจำปีตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนิติบุคคลจะมีความผิดแล้วกรรมการผู้จัดการหรือกรรมการผู้มีอำนาจกระทำ การแทนนิติบุคคล ก็มีความผิดต้องระวางโทษเช่นเดียวกับนิติบุคคลด้วย
หน้าที่ของบริษัทจำกัด
ข่าวสารเกี่ยวกับบัญชี